อสังหาฯ ฉีดยาแรงลด 50% ช่วยผ่อน-เช่าอยู่ สร้างภูมิคุ้มกัน ‘คนซื้อ’ สู้พิษโควิด-19 ระลอกใหม่


04 / 06 / 2021

ท่ามกลางความเปราะบางทางเศรษฐกิจอันเป็นผลพวงจากวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงระบาดอย่างรวดเร็วและรุนแรงในประเทศไทย ซึ่งการระบาดระลอก 3 คราวนี้ ช่วงปลายเดือนมีนาคมและหนักขึ้นในเดือนเมษายน 64 ส่งผลให้ “บาดแผล” ทางเศรษฐกิจกว้างและลงลึกมากกว่าเดิม ที่สำคัญ “ภาคธุรกิจ-การค้า-ภาคครัวเรือน” ยังคงถูกกระทบซ้ำต่อเนื่องจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 62-63) ซึ่งเป็นระยะของการเกิดโควิด-19 ระบาดระลอก 1 และระลอก 2

อย่างไรก็ตาม ในมุมของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย และอสังหาริมทรัพย์ในเชิงพาณิชย์ แม้ภาพรวมใหญ่จะถูกกระทบทั้งจากการลงทุนจากต่างประเทศและกำลังซื้อในประเทศที่หดตัวอย่างรุนแรง ซึ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเป็นอีกหนึ่งเซกเตอร์ที่เกี่ยวโยงและสร้างรายได้ให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงภาคสถาบันการเงินในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตเสริมกับภาคธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว และภาคการส่งออก

ตามข้อมูลของ LPN WISDOM- บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด ได้เผยแพร่ผลการดำเนินงานของ 35 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น ไตรมาสแรกปี 64 ค่อนข้างสวนกระแสกับภาพใหญ่ โดยมีรายได้รวม 68,534 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 8,367.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.97% และ 30.01% เทียบกับระยะเดียวกันของปี 2563 ตามลำดับ ซึ่งในปีที่เปรียบเทียบผู้ประกอบการภาคอสังหาฯ ได้มีการปรับตัวจากการที่มีเรื่องมาตรการควบคุมสินเชื่อ (LTV) เป็นการสกัดการเก็งกำไร และลดความร้อนแรงเรื่อง “เงินทอน”

สิ่งที่น่าสนใจ ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ในไตรมาสแรกปีนี้ ทั้ง 35 บริษัทจดทะเบียนมีความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ย 12.20% ซึ่งถือว่าเป็นอัตรากำไรที่ไม่แย่เลยในภาวะแบบนี้ โดยหากเทียบเป็นมูลค่าแล้ว บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) มีกำไรสุทธิเปลี่ยนแปลงมากถึง +132.4% แต่บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ฯ มีความสามารถในการทำกำไรสูงสุด 26.59%

โดยประเด็นที่ทางวิจัยฯ ระบุชัดเจน คือ “บริษัทอสังหาฯ ที่มีรายได้เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญเป็นกลุ่มที่พัฒนาบ้านพักอาศัยเป็นหลัก” เป็นภาพมุมกลับกันกับอดีตช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ตลาดคอนโดฯ มีความคึกคักเปิดตัวโครงการอย่างร้อนแรง เพื่อรับดีมานด์กลุ่มลูกค้าต่างชาติ ยอดสะสมที่ต่างชาติโอนกรรมสิทธิ์สะสมสูงถึง 1.45 แสนล้านบาท (เฉลี่ยปีละ 50,000 ล้านบาท) ตลาดใหญ่จะกลุ่มราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท มีหน่วยโอนไปแล้ว 26,879 หน่วย มูลค่ากรรมสิทธิ์ 65,638 ล้านบาท

สำหรับความเคลื่อนไหวของการเปิดโครงการใหม่ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามไปยังบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ๆ พบว่า แต่ละแห่งยังคงเดินหน้าเปิดโครงการตามแผนที่วางไว้ แม้จะอยู่ช่วงโควิด-19 ระลอก 3 ก็ตาม ซึ่งในรอบ 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) บริษัทขนาดใหญ่ส่วนใหญ่จะเร่งขยายส่วนแบ่งตลาดแนวราบเป็นสำคัญ (แชร์ตลาด)

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ.เอพีฯ กล่าวว่า ปีนี้เปิด 34 โครงการ (รวมต่างจังหวัด) มูลค่ารวม 43,000 ล้านบาท โดยในมิถุนายนนี้เตรียมเปิด 3 โครงการใหม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ มูลค่ารวม 1,760 ล้านบาท ได้แก่ บ้านเดี่ยว 2 โครงการ มูลค่ารวม 1,650 ล้านบาท ประกอบไปด้วย CENTRO ราชพฤกษ์-สวนผัก 3 CENTRO พหลฯ-วิภาวดี 2 และโฮมออฟฟิศ District รามอินทรา-จตุโชติ มูลค่า 110 ล้านบาท พร้อมครึ่งปีหลังเตรียมรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ 2 คอนโดใหม่ LIFE ลาดพร้าว แวลลีย์ และ LIFE อโศก ไฮป์ มูลค่ารวม 12,300 ล้านบาท

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม (ประเทศไทย) รอบ 5 เดือน เปิดโครงการไปแล้วทั้งสิ้น 10 โครงการ รวมมูลค่า 12,025 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นโครงการแนวราบ แยกเป็นกลุ่มทาวน์เฮาส์ 4 โครงการ 4,157 ล้านบาท บ้านแฝด 4 โครงการ มูลค่า 6,051 ล้านบาท และโครงการต่างจังหวัด 2 โครงการ มูลค่า 1,817 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ยังคงเป้าเดิมทั้งปีในการเปิดไว้ 24 โครงการ มูลค่า 29,800 ล้านบาท

บริษัท ออริจิ้นฯ คงเป้า 20 โครงการ มูลค่า 20,000 ล้านบาท โดยช่วง 5 เดือนแรกเปิดไปแล้ว 6 โครงการ มูลค่า 8,050 ล้านบาท คิดเป็น 40.25% ของเป้าเปิดโครงการทั้งปี ซึ่งเปิดไปแล้วทั้งคอนโดฯ และแนวราบอย่างละ 3 โครงการ

MJD อัดแคมเปญ สร้างภูมิคุ้มกัน ‘ผู้ซื้อ’ ฝ่าโควิด-19

แม้ไตรมาสแรกผู้ประกอบการจะอุ่นใจกับยอดขายและยอดโอน แต่เมื่อเจอโควิด-19 ระลอก 3 ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการต้องจัดแคมเปญอย่างหนักเพื่อดูแลและเยียวยาผู้ซื้อ ให้มีกำลังและความสามารถในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

อย่างค่ายบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ส่งแคมเปญ “MAJOR HEROES - ฮีโร่เพื่อคนอยากมีคอนโด” ผ่าน 5 มาตรการในการเข้าซื้อโครงการพร้อมอยู่ของบริษัท ได้แก่ 1.การเปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยงดูแลผู้ซื้อ 2.มาตรการอยู่ฟรี ช่วยลูกค้าผ่อนชำระนานสูงสุด 2 ปี 3.มาตรการเช่าอยู่ก่อนโอนได้ระยะเวลา 2 ปี 4.รับฟรีประกันดูแลและคุ้มครองลูกค้า และ 5.ร่วมกับบัตรเครดิตในการให้ลูกค้าร่วมรายการชำระเงินจองและทำสัญญาในอัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6 เดือน แคมเปญจะไปสิ้นสุด 30 มิ.ย.ซึ่งเป็นช่วงปิดงบไตรมาส 2 ปี 64

CI หั่นราคาคอนโดฯ-บ้าน-โรงแรมลง 50%

นายดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานสร้างสรรค์สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI กล่าวว่า เพื่อช่วยการแบ่งเบาภาระให้ลูกค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 บริษัทออกแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่ “Mid Year Sale ทุกโครงการลด 50%” นำทุกโครงการที่อยู่อาศัยและโรงแรม รวม 13 โครงการ มาร่วมจัดโปรโมชันทั้งจัดยูนิตพิเศษมอบส่วนลดราคา 50% ลดพิเศษเงินดาวน์ 50% ค่าทำสัญญา 50% รวมถึงเมื่อลูกค้าซื้อบ้านหลังที่สองรับส่วนลด 50% ในแต่ละโครงการจะมอบส่วนลด 50% ในรูปแบบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ในส่วนของโรงแรมร่วมจัดโปรโมชันพิเศษลดราคาค่าห้องพัก 50% อีกด้วย โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไปสิ้นสุด 11 ก.ค.64

นางปนัดดา ขจรศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) กล่าวว่า บริษัทได้จัดแคมเปญส่งเสริมการขายในช่วงกลางปีด้วยแคมเปญ “MID YEAR SALE 6.6” กับคอนโดฯ 14 โครงการพร้อมอยู่ ด้วยส่วนลดสูงสุด 45% บนทำเลที่มีศักยภาพทั้งย่านใกล้รถไฟฟ้า ย่านธุรกิจ และตากอากาศริมทะเล นอกจากนี้ ได้นำคอนโดมิเนียมใหม่อีก 4 โครงการ ใกล้รถไฟฟ้าที่เปิดตัวล่าสุดในช่วงปลายปี 2563 มาเข้าร่วมแคมเปญด้วยการมอบส่วนลดสูงสุดถึง 3 แสนบาท

พฤกษาอยู่ฟรี 3 ปี ฟรีส่วนกลางนาน 36 เดือน

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำเร็จจากแคมเปญ “พฤกษา คุ้ม จบทุกดีล” ว่า ในระยะเวลา 2 เดือน สามารถสร้างยอดขายจากแคมเปญไปได้ 70% จากเป้าที่ตั้งไว้ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 4,200 ล้านบาท โดยมอบสิทธิฟรีถึง 3 รายการ ได้แก่ อยู่ฟรี นานสูงสุดถึง 36 เดือน ฟรีค่าส่วนกลาง นานสูงสุดถึง 36 เดือน ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน อีกทั้งยังได้รับส่วนลด On Top เพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งแคมเปญจะไปสิ้นสุด 30 มิ.ย.เท่านั้น (เป็นช่วงที่ปิดงบไตรมาส 2 และงวดครึ่งแรกของปี 64) กับ 131 โครงการที่เข้าร่วมรายการ

 


เปิดวิจัยเชิงลึก Q1 ยอดขายกลับมาดี แต่ Q2 ลุ้นระทึก!และจากข้อมูลเชิงลึกของฝ่ายวิจัยยุทธศาสตร์ ของบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่แห่งหนึ่ง ได้ระบุถึงตลาดไตรมาส 1 สะท้อนถึงภาพครึ่งแรกของปี 64 ว่า (Market Summary) พบ Presale เริ่มกลับมาดีขึ้นในไตรมาสแรก +32% (YOY) ประมาณ 73,921 ล้านบาท ในช่วงก่อนข่าวโควิด-19 ระลอก 3 ทั้งนี้ ตลาดแนวราบ กลุ่มของทาวน์เฮาส์ (TH) +16% บ้านเดี่ยว (SDH) + 51% (YOY) (17,725 และ 27,363 ล้านบาท ตามลำดับ) จากความต้องการซื้อจริงในกลุ่มเซกเมนต์ระดับกลางถึงบน

ส่วนตลาดคอนโดฯ มีอัตราเติบโตเช่นกัน ยอดพรีเซลส์ +31% (YOY) เกิดจากการซื้อบิ๊กล็อตของโครงการใหม่ จาก MQDC และโนเบิลฯ ในกลุ่มเซกเมนต์ตลาดบน แต่หากมาพิจารณาตัวเลขกลุ่มคอนโดฯ ในภาพรวมในราคาตลาดต่ำกว่า 5 ล้านบาทลงมา ภาพใหญ่ตลาดคอนโดฯ ยังไม่ดีขึ้น

ขณะที่การเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาสแรกยังคงสะท้อนตลาดที่ชะลอตัวลง มูลค่า 71,000 ล้านบาท ลดลง -4% โดยกลุ่มคอนโดฯ มีความน่าสนใจ แม้หน่วยเปิดน้อยลง แต่มูลค่าสูง +70% แต่ที่น่าแปลกใจตรงที่แม้ตลาดแนวราบจะเป็นตลาดเรียลดีมานด์ที่มีความต้องการซื้อ กลับพบว่า ไตรมาสแรก มูลค่าการเปิดโครงการใหม่ของทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวลดลงเกินกว่า -30%

Top Zone บ้านเดี่ยวขายดีไตรมาสแรก

และหากมาส่องโฟกัสทำเลที่เป็นตลาดที่มีศักยภาพ ทางวิจัยเชิงลึกระบุว่า ในไตรมาสแรกปี 64 Top Zone ของบ้านเดี่ยว (รวมบ้านแฝด) ที่มียอดขายมากที่สุด 5 อันดับแรก ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนเมืองชั้นกลาง โดยอยู่ในเซกเมนต์กลางถึงบน ราคามากกว่า 5 ล้านบาท เช่น ทำเลศรีนครินทร์-อุดมสุข โครงการของค่าย เอพี (ไทยแลนด์) เดอะซิตี้ สุขุมวิท-อ่อนนุช ทำได้ 1,000 ล้านบาท พระราม 5-บางกรวย โครงการขายดีของบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แบรนด์ anya และโซนตลิ่งชัน ของบริษัท เอสซี แอสเสทฯ โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-จรัญ

ส่วนการเปิดโครงการจะไปมีจำนวนมากในโซนพระราม 5-บางกรวย เปิดถึง 3 โครงการ ในแบรนด์ของค่ายออริจิ้นฯ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ และบริษัท อินนิเชียล เอสเตทฯ กับโครงการ เดอะ ธาม ราชพฤกษ์-สิรินธร เป็นต้น

เว็บไซต์อ้างอิง : mgronline

ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว ติดตาม Tooktee (ทุกที่) ผ่านโซเชียลมีเดีย

รายการ