ศบศ.หนุนต่างชาติ4กลุ่มซื้อพันธบัตร-อสังหาฯแลกวีซ่า10ปี-ทำงานในไทย


09 / 06 / 2021

ศบศ.หนุนดึงเศรษฐีชาวต่างชาติ4กลุ่มลงทุนซื้อพันธบัตร หรือซื้ออสังหาฯแลกสิทธิ์วีซ่าอยู่ในไทย10ปีรวมถึงได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่ต้องขอwork permit หวังผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกว่า 1 ล้านล้านบาท 

การประชุมคณะกรรมการบริหารสถาน การณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่วันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน

ที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ตามข้อเสนอของทีมปฏิบัติการเชิงรุกทาบทามทั้งบริษัทเอกชนไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการสร้างรายได้ การลงทุน และเพิ่มโอกาสการจ้างงานภายในประเทศ

โดยมุ่งเน้นใน 4 กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย

1. กลุ่มประชากรโลกที่มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy global citizen) ซึ่งรวมถึงนักลงทุนที่มีกำลังซื้อสูงภายใต้โปรแกรม (Elite Flexible Plus Program

คุณสมบัติในการขอวีซ่า

  • ลงทุนขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐในพันธบัตรรัฐบาลไทย ลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือในอสังหาริมทรัพย์ และมีรายได้ส่วนบุคคลขั้นต่ำปีละ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และมีทรัพย์สินขั้นต่ำ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • มีประกันสุขภาพจากบริษัทประกันที่ได้รับการรับรอง คุ้มครองค่ารักษา 100,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปตลอดระยะเวลาถือวีซ่า

หลักฐานรับรองคุณสมบัติ

  • หลักฐานการลงทุนในประเทศไทย
  • หลักฐานแสดงรายได้ส่วนตัว เช่น ใบรับรองเงินเดือน หรือแผนบำนาญจากหน่วยงานต่างประเทศ
  • ใบรับรองสถานภาพทางการเงินจากธนาคาร

สิทธิประโยชน์

  • อายุวีซ่า 10 ปี
  • ได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน (มีสิทธิพิเศษในการทำงานในประเทศไทย เช่น วิทยากร หรือที่ปรึกษาสูงสุด สัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง)
  • ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายได้จากต่างประเทศ (รวมทั้งรายได้ที่นำเข้ามาในปีภาษีเดียวกัน)
  • คิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ในประเทศไทยในอัตราคงที่ที่ 17%
  • สิทธิในการเป็นเจ้าของ / เช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว (รวมที่ดิน)

2.ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ (Wealthy pensioner) 

คุณสมบัติในการขอวีซ่า

  • ลงทุนขั้นต่ำ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐในพันธบัตรรัฐบาลไทย ลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือในอสังหาริมทรัพย์ และมีรายได้ขั้นต่ำปีละ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมีรายได้ขั้นต่ำปีละ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • มีประกันสุขภาพจากบริษัทประกันที่ได้รับการรับรอง คุ้มครองค่ารักษา 100,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปตลอดระยะเวลาถือวีซ่า

หลักฐานรับรองคุณสมบัติ

  • หลักฐานการลงทุนในประเทศไทย
  • หลักฐานการรับเงินบำนาญตลอดช่วงอายุวีซ่า จากกองทุนบำเหน็จบำนาญใด ๆ ของรัฐ, บริษัทประกันที่ได้รับการรับรอง, บริษัทที่ก่อตั้งมานานกว่า 10 ปี

สิทธิประโยชน์

  • อายุวีซ่า 10 ปี
  • ได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน (มีสิทธิพิเศษในการทำงานในประเทศไทย เช่น วิทยากร หรือที่ปรึกาสูงสุด สัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง)
  • ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายได้จากต่างประเทศ (รวมทั้งรายได้ที่นำเข้ามาในปีภาษีเดียวกัน)
  • คิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมจากรายได้ในประเทศไทยในอัตราคงที่ที่ 17%
  • สิทธิในการเป็นเจ้าของ / เช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว (รวมที่ดิน)

 

3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Workfrom-Thailand professiona) ไม่จำกัดอายุ, ทำงานให้กับนายจ้างในต่างประเทศ และสามารถทำงานทางไกลจากประเทศอื่นได้, มีรายได้ที่มั่นคงจากต่างประเทศ, มี 2 ประเภทย่อย ได้แก่ (1) ผู้ประกอบอาชีพด้านดิจิทัล (2) พนักงานองค์กรขนาดใหญ่และใกล้จะเกษียณอายุ

คุณสมบัติในการขอวีซ่า

  • มีรายได้ส่วนบุคคล (เงินเดือน รายได้จากการลงทุน เป็นต้น) ขั้นต่ำปีละ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หรือปีละ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป / ครอบครองทรัพย์สินทางปัญญา / ได้รับเงินทุน Series A
  • มีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 5 ปี
  • มีประกันสุขภาพจากบริษัทประกันที่ได้รับการรับรอง คุ้มครองค่ารักษา 100,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปตลอดระยะเวลาถือวีซ่า

หลักฐานรับรองคุณสมบัติ

สำหรับ Digital nomad:

  • บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ
  • บริษัทเอกชนที่ดำเนินงานมาอย่างน้อย ปี และมีรายได้รวม > 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

สำหรับ Corporate Program:

  • มีประสบการณ์ทำงานกับบริษัทใด ๆ ที่มีรายได้รายปีละ > 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สิทธิประโยชน์

  • อายุวีซ่า 10 ปี
  • ได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน (มีสิทธิพิเศษในการทำงานในประเทศไทย เช่น วิทยากร หรือที่ปรึกาสูงสุด สัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง)
  • ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายได้จากต่างประเทศ (รวมทั้งรายได้ที่นำเข้ามาในปีภาษีเดียวกัน)
  • คิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมจากรายได้ในประเทศไทยในอัตราคงที่ที่ 17%
  • สิทธิในการเป็นเจ้าของ / เช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว (รวมที่ดิน)

 

4.กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ
(High -skilled professional) ไม่จำกัดอายุ, มีประสบการณ์ทำงานและทักษะสูง และจะเข้ามาทำงานในประเทศไทยให้บริษัทในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

ตาม พรบ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ.2560 หรือ เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิจัยที่จะเข้ามาทำงานในหน่วยงานรัฐ หรือ เข้ามาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

คุณสมบัติในการขอวีซ่า

  • มีรายได้ส่วนบุคคล (เงินเดือน รายได้จากการลงทุน เป็นต้น) ปีละ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หรือปีละ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป และมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 5 ปี ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
  • ประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 5 ปี
  • มีประกันสุขภาพจากบริษัทประกันที่ได้รับการรับรอง คุ้มครองค่ารักษา 100,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปตลอดระยะเวลาถือวีซ่า

หลักฐานรับรองคุณสมบัติ มีประสบการณ์การทำงานกับ:

  • บริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศ หรือ
  • บริษัทเอกชนในต่างประเทศ:
  • ดำเนินการมาอย่างน้อย 3 ปี
  • มีรายได้รวม > 50,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
  • มีพนักงานมากกว่า 250 คนหรือประสบการณ์การทำงานวิจัยหรือการสอน

สิทธิประโยชน์

  • อายุวีซ่า 10 ปี
  • ได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน
  • คิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ในประเทศไทยในอัตราคงที่ที่ 17%
  • สิทธิในการเป็นเจ้าของ / เช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว (รวมที่ดิน)

อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวมีรายละเอียดที่ต้องหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆหลายประ การที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำรายละเอียดของแผนการดำเนินงานด้านต่าง ๆ และนำเสนอ ศบศ. พิจารณาต่อไป

ทั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ประเมินว่ามาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย มีเป้าหมายไว้ 3 ประการ ดังนี้

1. ดึงดูดผู้พำนักระยะยาวกว่า 1 ล้านรายเข้าสู่ประเทศไทย จากกลุ่มเป้าหมายทั้ง4กลุ่มดังกล่าว

2. กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ

3. เสริมสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

  • 1 ล้านล้านบาท จากการใช้จ่ายภายในประเทศ คาดว่าผู้พำนักระยะยาวจะใช้จ่ายในประเทศ 1 ล้านบาทต่อปีต่อคนโดยเฉลี่ย
  • 8 แสนล้านบาท จากการลงทุนในประเทศ ประมาณจากการลงทุนจากกลุ่มประชากรโลกประมาณ 1 หมื่นคน และกลุ่มผู้เกษียณอายุ 8 หมื่นคน
  • 5 แสนล้านบาท จากรายได้ทางภาษีที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ 4 แสนคน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีการถ่ายทอดความรู้ใหม่ ๆ สู่ประเทศไทย และเพิ่มโอกาสการจ้างงานในประเทศไทย
เว็บไซต์อ้างอิง : thansettakij

ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว ติดตาม Tooktee (ทุกที่) ผ่านโซเชียลมีเดีย

รายการ