กู้เงินซื้อบ้านมือสอง สินเชื่อแบงก์ไหนดอกเบี้ยบ้านถูกสุด อัพเดทปี 2563


18/ 11/ 2020


        สำหรับใครที่กำลังถูกใจบ้านมือสองสักหลัง แล้วอยากกู้ซื้อบ้าน? ขอสินเชื่อบ้านมือสอง ธนาคารไหนดี ถึงจะได้ดอกเบี้ยบ้านต่ำที่สุด ใครอยากรู้ Tooktee.com รวบรวมข้อมูลมาเปรียบเทียบให้แล้ว


สินเชื่อบ้านมือสอง

 

อยากซื่อบ้านมือสอง โดยเฉพาะซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเอง การซื้อบ้านโดยตรงจากคนขาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านขายเอง หรือขายผ่านนายหน้า ถือว่าเป็นทางเลือกแรกๆ ที่ช่วยให้เราได้บ้านที่ถูกใจทั้งทำเล สภาพแวดล้อม แถมยังมีโอกาสได้บ้านไม่ทรุดโทรมมากนัก และสามารถต่อรองราคา ปัจจุบันการซื้อบ้านมือสองมีช่องทางในการค้นหาและติดต่อผู้ขายที่สะดวกมากขึ้น เมื่อราคาตกลงที่จะซื้อบ้านมือสองแล้ว ขั้นต่อไปก็ต้องมองหาสินเชื่อบ้านที่คิดดอกเบี้ยต่ำสักหน่อย จะได้ช่วยเติมฝันที่อยากมีบ้านให้เป็นจริงเร็วขึ้น เพราะยิ่งดอกเบี้ยถูกก็ยิ่งลดภาระให้เราผ่อนบ้านได้แบบสบาย ๆ แล้วช่วงนี้หลายธนาคารก็มีโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านออกมาให้เลือกมากมายเลยด้วย สินเชื่อบ้านที่ไหนดี ไปดูกันเลยเราได้อัพเดท สินเชื่อบ้าน 2563 ไว้ให้แล้ว 


ตารางอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านมือสอง ของธนาคารพาณิชย์ อัพเดท  17 ส.ค. 2563

ธนาคาร  ดอกเบี้ยบ้านต่ำสุดเฉลี่ย 1-3 ปีแรก     อัตราดอกเบี้ย

1.ธนาคารอาคารสงเคราะห์  
(ธอส.)                
 

ดอกเบี้ยบ้าน
ปีที่ 1 = 3.25%
ปีที่ 2 = 3.75%
ปีที่ 3 = 4.75% 
ปีที่ 4

จนถึงตลอดอายุสัญญา
= MRR-0.75% ต่อปี
 

สินเชื่อบ้าน โครงการบ้าน ธอส.เพื่อคุณปี 2563
ยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธ.ค.2563

  • วงเงินให้กู้ตามเกณฑ์หลักประกัน และตามเกณฑ์รายได้ เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อของธนาคาร
  • ระยะไม่น้อยกว่า 3 ปี 6 เดือน และไม่เกิน 40 ปี
  • ดูอัตรา MRR ปัจจุบันได้ ที่นี
2.ธนาคารธนชาต

 
ดอกเบี้ยบ้าน 
เฉลี่ย 3 ปี 
3.25 %
สมัครผลิตภัณฑ์เสริม 

สินเชื่อบ้านมือสอง ธนชาต
ที่ให้คุณซื้อบ้านมือสอง ด้วยอัตราดอกเบี้ย
พิเศษ วงเงินสูงและระยะเวลาผ่อนชำระนาน

  • วงเงินอนุมัติสูงสุด 100% ของราคาประเมิน
    หรือราคาซื้อขาย แล้วแต่อย่างใดจะต่ำกว่า
    กรณีราคา ซื้อขายที่อยู่อาศัยตั้งแต่ 10 ล้านบาท
    ขึ้นไปให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 80% ของราคาซื้อขายที่ตกลงกันจริงตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ระยะไม่เกิน 30 ปี

**กลุ่มลูกค้าที่ซื้อหลักประกันบ้านมือสองของ
โครงการที่พัฒนาโดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ในกลุ่ม Top Selective หรือ Selective Developers

ดูอัตรา MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่


3.ธนาคารยูโอบี
(UOB) 




 
ดอกเบี้ยบ้าน 
เฉลี่ย 3 ปี 
3.55 %
สมัครผลิตภัณฑ์เสริม 
 


สินเชื่อบ้านมือสอง ยูโอบี
กรณีซื้อบ้านมือสอง วงเงินกู้สูงสุด 95-100%
ของราคาประเมิน และ 80-90% สำหรับต่างจังหวัด
(กรณีคอนโดมิเนียมวงเงินกู้สูงสุด 95-100%
ของราคาประเมิน และ 75-90% สำหรับต่างจังหวัด)
ผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี 

ดูอัตรา MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่

4.ธนาคารกรุงศรี
ดอกเบี้ยบ้าน 
เฉลี่ย 3 ปี
3.82 %
สมัครผลิตภัณฑ์เสริม 

สินเชื่อบ้านมือสอง กรุงศรีเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
(บ้านใหม่หรือบ้านมือสอง) สำหรับโครงการทั่วไป

ได้วงเงินกู้สูงสุด 90% ของราคาประเมิน
สบายๆ กับการผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี 
(ระยะเวลาการผ่อนชำระเมื่อรวมกับ
อายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65 ปี)
ตั้งแต่ 1 ส.ค.63 - 30 พ.ย.63

ดูอัตรา MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่


5.ธนาคารกสิกรไทย
ดอกเบี้ยบ้าน 
เฉลี่ย 3 ปี 
4.19%


สินเชื่อบ้าน ธนาคารกสิกรไทย
วงเงินกู้ได้ไม่เกิน 100% ของราคาซื้อขาย
และไม่เกิน 100 % ของราคาประเมินหลักประกัน
ระยะเวลาผ่อน สูงสุด 30 ปี
ประเภทหลักทรัพย์ที่รองรับ

  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์เฮ้าส์
  • อาคารพาณิชย์
  • ห้องชุด
  • ที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้าน
  • ต่อเติมที่อยู่อาศัย

ดูอัตรา MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่


6.ธนาคารทหารไทย
ดอกเบี้ยบ้าน
เฉลีย 3 ปี
5.47 %
สมัครผลิตภัณฑ์เสริม 

 
สินเชื่อบ้าน ธนาคารทหารไทย

อัตราดอกเบี้ยให้กับบ้านมือสองโดยเฉพาะ
กับวงเงินกู้ สูงสุด 95% ผ่อนชำระนานสูงสุด
ถึง 35 ปี เมื่อรวมกับ อายุผู้กู้เเล้วไม่เกิน 65 ปี นอกจากนี้ยังอนุมัติง่ายและ เร็วอีกด้วย
เเต่เป็นเงื่อนไขสำหรับลูกค้า
ที่สมัครผลิตภัณฑ์เพิ่ม 3 ประเภทของธนาคาร

ดูอัตรา MRR ปัจจุบันได้ ที่นี่

 

ดอกเบี้ยเงินกู้แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate) โดยอัตราดอกเบี้ยจะถูกกำหนดไว้เป็นตัวเลขเฉพาะ ไม่มีการขยับขึ้นหรือลดลง ทุกอย่างจะคงที่ตลอดสัญญาอายุเงินกู้หรือในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว
    เช่น สมมติว่า ดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เราต้องผ่อนทั้งหมด 10 ปี เท่ากับว่า เราต้องผ่อนที่ 5% ตลอดระยะเวลา 10 ปี
  2.  อัตราเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate) ดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามการลงทุนของสถาบันการเงินหรือผู้ให้กู้ ซึ่งผู้ให้กู้จะประกาศออกมาเป็นระยะซึ่ง MLR และ MRR ถูกจัดอยู่ในประเภทอัตราเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate) แบบที่ 2 
  • MLR ย่อมาจาก Minimum Loan Rate คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจาก “ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี” เช่น มีประวัติการเงินที่ดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเพียงพอ ส่วนใหญ่ใช้กับ “เงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน”
  • MRR ย่อมาจาก Minimum Retail Rate คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจาก “ลูกค้ารายย่อยชั้นดี” 



 

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง

               การซื้อบ้านมือสอง ด้วยวิธีซื้อโดยตรงจากคนขายนั้น มีหลายๆ ประเด็นที่เราควรทราบก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งได้แก่

               • การตรวจสอบโฉนด ว่ามีสถานะเป็นอย่างไร ปลอดภาระหรือติดจำนองอยู่ และที่สำคัญควรตรวจเช็กว่าผู้ขายเป็นเจ้าของจริงๆ หรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกหลอก โดยก่อนจ่ายเงินมัดจำและทำสัญญาจะซื้อจะขาย ผู้ซื้อควรตรวจสอบโฉนดที่ผู้ขายนำมาให้ หากโฉนดเป็นสำเนาควรดูว่า ได้มีการรับรองจากเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินหรือไม่และระบุวันที่รับรองตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งนี้การคัดสำเนาโฉนดเจ้าของโฉนดซึ่งก็คือผู้ขายสามารถไปดำเนินการเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปแทนก็ได้ โฉนดที่ขอคัดจากสำนักงานที่ดินจะมีเจ้าหน้าที่ลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมระบุวันที่รับรองไว้ในสำเนาโฉนดฉบับนั้น หรืออีกวิธีในการตรวจสอบโฉนดในกรณีที่ยื่นกู้ซื้อบ้านคือการส่งประเมินราคากับธนาคารก็ได้

               • การเตรียมเงินส่วนต่างให้พร้อม เพราะราคาบ้านมือสองอาจมีราคาสูงจากการตกแต่งบ้านให้พร้อมเข้าอยู่ หรือทำเลดี และเนื่องจากการกู้ซื้อบ้านมือสองโดยทั่วไปธนาคารจะให้วงเงินกู้ไม่เกิน 80% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย(เลือกที่ต่ำกว่า) เท่ากับว่าผู้ซื้อจะต้องเตรียมเงินก้อนไปจ่ายให้กับผู้ขายในวันโอนบ้านอยู่ที่ประมาณ 20% ของราคาซื้อขาย ซึ่งต่างจากการซื้อบ้านมือหนึ่งกับโครงการที่สามารถผ่อนดาวน์ไปได้เรื่อยๆ ก่อนการยื่นกู้จริง 

               • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนี้

          o ค่าใช้จ่ายการซื้อ ได้แก่?

               - ค่าจำนอง 1% ของวงเงินกู้ (ในกรณีที่กู้เงิน)

          o ค่าใช้จ่ายการขาย ได้แก่

               - ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โดยใช้ราคาบ้านจากราค?าประเมินของสำนักงานที่ดิน หักด้วยค่าใช้จ่ายตามที่กรมสรรพากรกำหนด แล้วนำมาคำนวณด้วยอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยไม่ยกเว้นเงินได้ 150,000 บาทแร?ก

               - ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมินสำนักงานที่ดิน (เลือกราคาที่สูงกว่า) แต่ทั้งนี้หากถือครองบ้านเกิน 5 ปี(ดูวันที่หลังโฉนด) หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี หรือบ้านที่ขายได้รับมรดกมา ก็จะไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

               - ค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของราคาขายหรือราคาประเมินสำนักงานที่ดิน (เลือกราคาที่สูงกว่า) โดยจะเสียค่าอากรแสตมป์ในกรณีที่ไม่ได้เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ??

 

***นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมโอน 2% ของราคาประเมินสำนักงานที่ดิน ซึ่งเกิดขึ้นจากการซื้อขาย โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้อยู่ที่ตกลงกันว่าจะจ่ายกันอย่างไร เช่น ผู้ซื้อผู้ขายแบ่งจ่ายคนละครึ่ง เป็นต้น

 


อ้างอิง
https://www.thanachartbank.co.th
https://www.uob.co.th/personal
https://www.bankofchinahomeloan.com
https://www.tmbbank.com
https://www.krungsri.com
https://www.gsb.or.th
https://www.bangkokbank.com
https://www.ghbank.co.th
https://www.kasikornbank.com
 

เว็บไซต์อ้างอิง : https://www.tooktee.com/blog/detail/1841

ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว ติดตาม Tooktee (ทุกที่) ผ่านโซเชียลมีเดีย

บทความที่เกี่ยวข้อง