5 เทรนด์สิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดยุคใหม่

10/ 07/ 2019

หลาย ๆ คน ที่ซื้อหรือเช่าคอนโดซักห้อง นอกจากจะต้องดูเรื่อง ราคา ทำเลที่ตั้ง ที่สอดคล้องกับเงินในกระเป๋าและไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันแล้วนั้น สิ่งอำนวยความสะดวก ที่อยู่ภายในโครงการคอนโดนั้น ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่อยู่ในการพิจารณา 

    ซึ่งโดยทั่วไปตามกฎหมาย สิ่งอำนวยความสะดวกก็นับเป็นการคำนวณพื้นที่ส่วนกลางของอาคารชุดประเภทหนึ่ง ที่ส่วนหนึ่งต้องจัดหามีไว้ให้เจ้าของร่วม หรือคนที่ซื้อคอนโดได้ใช้กัน เช่น ที่จอดรถ สวนหย่อม เป็นต้น

    หากจะยกตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวกที่พบเห็นได้จากโครงการทั่วไป ได้แก่  สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า สวนหย่อมรอบโครงการ เป็นต้น แต่ในวันนี้ Tooktee จะนำเสนอเทรนด์สิ่งอำนวยความสะดวกที่นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมา ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยสะดวกในคอนโดยุคใหม่ที่จะคุณจะ Wow หรือ ใฝ่ฝันที่อยากจะลองใช้งานซักครั้งกันเลยทีเดียว นอกเหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่คอนโดจัดให้ไว้ในพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกับเจ้าของร่วมหรือผู้อยู่อาศัยในคอนโดแล้วนั้น บางส่วนเราจะนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักที่เป็นเทรนด์ใหม่ ๆ ด้วย

ซึ่งเราได้สรุปเทรนด์สิ่งอำนวยความสะดวกในคอนโด ที่พบเห็นออกเป็น 5 เทรนด์ ดังนี้

  1. Co-xxx

การทำกิจกรรมร่วมกัน หรือคำว่า Coordinate นำมาใช้ในการกำหนดพื้นที่เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ Co-working space ที่เราอาจจะเคยเห็นตามร้านกาแฟ หรือว่าตามอาคารสำนักงานต่าง ๆ ก็นำมารวมอยู่ไว้ในสิ่งอำนวยความสะดวกคอนโดในยุคปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันนี้ Co-working space ก็อาจจะดูธรรมดาไปแล้ว ซึ่งในหัวข้อ Co-xxx นี้หมายถึงตระกูล Co ต่าง ๆ ทั้ง Co-Kitchen, Co-Dining Zone, Co-Creative Space, Co-Party ดังนี้

Co-Kitchen

ภาพจาก https://www.sansiri.com

สำหรับคอนโดยุคใหม่ บางโครงการภายในห้องพักอาจมีขนาดเล็กกระทัดรัด หรือเน้นพื้นที่ใช้งานอื่น ๆ มากกว่าพื้นที่ห้องครัว ซึ่งบางโครงการได้จัดพื้นที่ Co-Kitchen หรือพื้นที่ทำครัวนั้น ไว้เป็นพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้อยู่อาศัยในคอนโด พร้อมชุดอุปกรณ์จัดเตรียมอาหาร แต่อย่างไรก็ตามต้องนำวัตถุดิบอาหารมากันเองนะ ตัวอย่างคอนโดที่มี Co-Kitchen ได้แก่ เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์, คาร่า อารีย์ - พระราม 6, เดอะคอนเลคชั่น 16 และ โนเบิล อราวน์ อารี เป็นต้น

Co-Dining Zone

ภาพจาก https://www.lpn.co.th

รูปแบบ Co-Dining Zone นี้ แตกต่างจาก Co-Kitchen ตรงที่เน้นเป็นพื้นที่รับประทานอาหารส่วนกลางจำนวนที่นั่งในโต๊ะอาหารเยอะ โดยเน้นรองรับสำหรับรองรับครอบครัวใหญ่ และรวมไปถึงคนที่มีเพื่อนฝูง ให้มารับประทานอาหารในวันดี ๆ ด้วยกัน โดยไม่ต้องไปกินข้าวนอกบ้าน ซึ่งคนที่เข้ามาในพื้นที่ต้องทำใจว่าจะมีกลิ่นอาหารเกิดขึ้น โดยจะมีจุดล้างภาชนะอาหาร แต่ไม่ถึงกับเป็นพื้นที่ทำอาหารอย่าง Co-Kitchen ตัวอย่างคอนโด ได้แก่ ลุมพินี เพลส รัชดา-สาธุ

Co-Party

ภาพจาก https://www.sena.co.th

การรวมพื้นที่ Co-Kitchen กับพื้นใช้ส่วนกลางคล้ายล็อบบี้ ทำให้เกิดพื้นที่ Co-Party ขึ้น ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานอาจคล้าย ๆ กับพื้นที่ล็อบบี้ต้อนรับ แต่ได้เพิ่มส่วนทำอาหารที่ใช้ในการจัดกิจกรรมสังสรรค์ได้ ตัวอย่างคอนโด ได้แก่ นิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา เป็นต้น

นอกจากที่ได้กล่าวไป ยังพบที่เป็นตระกูล Co อื่น ๆ อีก อาทิ Co-Living Space Co-Creative Space Co-Function และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่แบ่งตามฟังก์ชั่น และวัตถุประสงค์การใช้งานให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

  1. Virtual reality

ภาพจาก https://www.sansiri.com

ก่อนหน้านี้อาจจะมีคอนโดที่มี Golf Simulator หรือแบบจำลองสนามกอล์ฟซึ่งฉายภาพวิวสนามกอล์ฟบนเครื่องโปรเจคเตอร์ เพื่อใช้ในการฝึกวงสวิงภายในพื้นที่เล็ก ๆ ได้ แต่ปัจจุบันนี้ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เริ่มมีการนำ VR หรือ Virtual reality คือการจำลองสภาพแวดล้อมจริงผ่านการมองเห็นจากอุปกรณ์ สามารถรับรู้ถึง เสียง และการสัมผัสได้ ซึ่งบางคอนโดได้จัดพื้นที่และอุปกรณ์ VR นี้รวมไว้อยู่ในสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการแล้ว ตัวอย่างโครงการที่มี VR ในพื้นที่ส่วนกลาง คือ เอ็กซ์ที พญาไท 

  1. EV Charger

ภาพจาก https://www.khaosod.co.th/economics/news_525222

ขณะที่กระแสรักษ์โลกด้วยการนำเชื้อเพลิงสะอาดกำลังมาแรง รถที่ปกติใช้น้ำมัน ก็เริ่มปรับเปลี่ยนเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้คอนโดหลาย ๆ ที่ก็ได้เริ่มมีการตามเทรนด์เหล่านี้ ด้วยการมีจุดชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะที่จัดเตรียมไว้ให้ในพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งรูปแบบหัวชาร์จจะเติมประจุไฟฟ้าได้ไวกว่าหัวปลั๊กธรรมดา อีกทั้งเมื่ออยู่ในคอนโดแล้วก็ไม่ต้องไปชาร์จไฟตามสถานีชาร์ตต่าง ๆ ให้เสียเวลา ตัวอย่างโครงการ ได้แก่ เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, ฌา อโศก เป็นต้น ซึ่งบางโครงการสามารถเช่ารถ EV มาขับได้อย่างชิว ๆ ด้วยนะ 

  1. Rental Storage

ขอบคุณภาพจาก https://twitter.com/AP_Inspire

อาจใช้คำเรียกได้หลากหลาย เช่น Smart Locker, Smart Pod, Rental Storage ลักษณะการใช้งานหลัก ๆ คือ สถานที่เช่าเก็บของชั่วคราว ที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกหรืออาจจะเป็นธุรกิจเสริมภายในคอนโดยุคใหม่นี้ก็ว่าได้ ตอบโจทย์การรับ-ฝากของของคนอยู่คอนโด ที่อาจไม่มีเวลามารับของด้วยตนเอง หรือต้องการฝากของให้เพื่อนมารับโดยที่ไม่ต้องฝากยาม หรือฝากแม่บ้านประจำโครงการ โดยสามารถระบุผู้รับของได้จากแอปพลิเคชั่น เช่นการสร้าง QR Code ยืนยันตัวตนผู้มารับของได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตัวอย่างโครงการที่มี Rental Storage ได้แก่ เดอะทีค สาทร ลุมพินี, ริทึ่ม เอกมัย เอสเตท, แชปเตอร์วัน โพลว์ บางโพ เป็นต้น และอย่างสุดท้าย ก็จะเป็นเทรนด์ที่อาจจะเน้นอำนวยความสะดวกภายในห้องคอนโดที่เป็นที่จับตามอง ก็คือ

  1. IoT

เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) หรือ อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง ก็คือ การที่อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกเชื่อมโยงสู่โลกอินเตอร์เน็ต ทำให้สามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ หลายท่านคงเคยได้ยิน หรือพบเห็นการสั่ง การเปิด-ปิด อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยมือถือแล้ว แต่ทั้งนี้ปัจจุบันเริ่มมีการนำ Iot มาบิวท์รวมอยู่ในเฟอร์นิเจอร์คอนโด ได้แก่ Smart Miror กระจกที่ได้รวมฟังก์ชั่นการใช้งานคล้ายเป็นจอมือถือให้ซ่อนอยู่ในกระจกแต่งหน้าหรือกระจกห้องน้ำ ทำให้ท่านสามารถดู Youtube ขณะเสริมสวย หรือสามารถสั่งปิดแอร์จากในห้องน้ำของท่านได้อย่างสะดวก

 

ขอบคุณภาพจาก https://www.allinspire.co.th

ตัวอย่างโครงการที่มี Smart Mirror ได้แก่ ไนท์บริดจ์ สุขุมวิท เทพารักษ์, พาร์ค ออริจิ้น พญาไท เป็นต้น

หากพูดรวม ๆ คือ ระบบบ้านอัจฉริยะ หรือ Home Automation ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายขึ้น ละสายตาจากพื้นที่เล็ก ๆ บนจอมือถือของคุณได้มากขึ้น

จากเทรนด์สิ่งอำนวยความสะดวกในคอนโดยุดใหม่นี้ ทั้ง Co-Area, Virtual reality, EV Charger, Rental Storage และ Iot ก็เริ่มพบเห็นกันอย่างแพร่หลายในวงการอสังหาฯ อย่างไรก็ตามการกำหนดความหลากหลายของสิ่งอำนวยความสะดวกในคอนโด รวมไปถึงขนาดพื้นที่ส่วนกลาง เล็ก ใหญ่ ของพื้นที่นี้ (ที่นอกเหนือมาตรฐานที่ควรมี) ก็เป็นการตัดสินใจของนักพัฒนาคอนโด ว่าจะต้องการตอบสนองความต้องการของเจ้าของร่วมหรือผู้ใช้อาคารได้มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้การมีพื้นที่ส่วนกลาง หรือการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพที่ดี รวมไปถึงเทคโนโลยีที่เพิ่มไว้ในห้องพัก ก็จะส่งผลต่อต้นทุนของโครงการคอนโดที่นักพัฒนาเองต้องนำไปพิจารณาทบทวนหาความเหมาะสมต่อไป


ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว ติดตาม Tooktee (ทุกที่) ผ่านโซเชียลมีเดีย

บทความที่เกี่ยวข้อง