รีวิวโครงการใหม่

IDEO MOBI

Sukhumvit Eastpoint

ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์

(3/3/2562)


คอนเซ็ปต์: Spanning All Dimensions of Living

โดย บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์ ตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท (ระหว่างซอยสนามกีฬาภูติอนันต์-ซอยลาซาล (สุขุมวิท 105)) ย่านบางนา ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา เพียง 250 เมตร และใกล้ทางพิเศษบูรพาวิถี ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษกาญจนาภิเษก

ผังโครงการ แบบห้อง ทำเลที่ตั้ง จุดเด่น

รายละเอียดโครงการ

เจ้าของโครงการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
เนื้อที่โครงการ 7-3-24.5 ไร่
รูปแบบอาคาร 1 อาคาร (2 ตึก) 32 ชั้น
จำนวนหน่วย ตึก A= 520 หน่วย
ตึก B= 642 หน่วย
รวม 1,162 หน่วย
สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ
ห้องซักรีด
ห้องสันทนาการ
ห้องออกกำลังกาย
Co-Working Space
สวนหย่อม
ที่จอดรถ จอดรถได้ 547 คันคิดเป็น 47% ไม่รวมซ้อนคัน
พิกัด 13.664922, 100.603742
เบอร์โทรศัพท์ 02-316-2222
เว็บไซต์ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์

ทำเลที่ตั้ง

ติดถนนสายสุขุมวิท (ฝั่งขาออกสู่ตัวเมืองสมุทรปราการ) ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักในพื้นที่

จุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ



ที่ตั้งโครงการใกล้ทำเลรถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา การเดินทางโดยเท้าใช้ระยะเวลาเพียง 3 นาที ซึ่งการเชื่อมต่อสู่สถานีอโศก ซึ่งเป็นสถานีใจกลางเมืองและแหล่งงาน รวมไปถึงเป็นสถานีเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) เพียง 9 สถานี หรือใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 20 นาที

ในส่วนโครงข่ายรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและอยู่ในแผนก็เป็นที่น่าจับตามอง ซึ่งโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างคือ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ก็จะมีจุดเชื่อมต่อกับสถานี BTS สำโรง ซึ่งจากโครงการเดินทางโดยสถานีแบริ่งเพียง 1 สถานี โดยรถไฟฟ้าสายสีเหลืองคาดการณ์ว่าจะมีการก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2564

และโครงการที่อยู่ในแผนคือ รถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา สายบางนา-สุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ระหว่างการทำ EIA จะมีจุดเริ่มต้นที่สถานี “สถานีบางนา” (คนละสถานีกับ BTS บางนา) คาดการณ์ว่าสถานีจะอยู่ใกล้สี่แยกบางนาซึ่งมีสกายวอล์กเดินเชื่อมกับรถไฟฟ้า BTS ฝั่งอาคารไบเทคได้ มีระยะทางประมาณ 550 เมตร โดยภาพรวมจะทำให้ในอนาคตการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าในพื้นที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่ขับรถเอง จะพบว่าทำเลที่ตั้งโครงการใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนทางพิเศษสาย S1 หรือ ทางด่วนฉลองรัชได้ หรือสามารถเชื่อมต่อสู่ทางด่วนขั้นที่ 2 เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางสู่ใจกลางเมือง รวมไปถึงเชื่อมต่อทางด่วนบูรพาวิถี เพื่อออกสู่ภาคตะวันออกได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้หากใครไม่อยากขับรถเอง ยังมี Mode การเดินทางที่ประหยัดอีกทางคือ รถประจำทาง ซึ่งด้านหน้าโครงการมีป้ายหยุดรถประจำทาง (รถเมล์) ทำให้ผู้พักอาศัยในโครงการไม่ต้องเดินไปรอรถเมล์ไกลๆ

ขอบคุณภาพจาก Google.com


สถานที่สำคัญโดยรอบ

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบโครงการ จะพบว่าย่านช่วงต้นบางนา รวมไปถึงบริเวณลาซาลจะเป็น ทำเลโรงเรียนนานาชาติอย่างแท้จริง โดยในระยะการเดินทางไม่เกิน 3 กิโลเมตร จะพบโรงเรียนนานาชาติถึง 3 โรงเรียน คือ Berkeley, St Andrews และ Bangkok Pattana
.
ในส่วนของแหล่งช็อปปิ้ง หากพิจารณาในย่าน (ระยะเดินไม่เกิน 3 กิโลเมตร) จะพบโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Coast Villgage ที่อยู่ไม่ห่างไกลจากโครงการมากนัก ซึ่งหากไปทางฝั่งเข้าเมืองจะพบกับ True Digital Park รวมไปถึงบริเวณเส้นถนนบางนา-ตราด จะมีการพัฒนาอภิมหาโปรเจคอย่าง The Bangkok Mall บนพื้นที่ดินกว่า 100 ไร่ ที่เริ่มมีการก่อสร้างในปีนี้ (2562) และมีแผนจะเปิดตัวในปี 2566
.
หากเลย The Bangkok Mall ไปนิดจะพบกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัล บางนา และเมกา บางนา ซึ่งแหล่งช็อปปิ้งที่กระจายอยู่ในพื้นที่นี้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างครบวงจร
.
นอกจากแหล่งช๊อปปิ้ง ยังมีศูนย์นิทรรศการและการประชุมในพื้นที่นี้ คือ ไบเทค บางนา ในระยะทางเดินจากโครงการเพียง 500 เมตร สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ทั้งหมดนี้ จะทำให้การอยู่อาศัยจริงคอนโด ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

สิ่งอำนวยความสะดวก

ภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้งานของผู้พักอาศัย รวมไปถึงคุณภาพการออกแบบให้มีความน่าใช้งาน โดยสิ่งอำนวยความสะดวกหลักของโครงการจะอยู่ชั้น 5 ได้แก่ สระว่ายน้ำ, สวนหย่อม ฟิตเนส, ห้องสันทนาการ (Social Club) ห้องซักรีดและสวนหย่อม นอกจากนั้นยังจัดวางพื้นที่สวนหย่อมบริเวณชั้น 1 ชั้น 32 รวมไปถึงชั้น rooftop ของโครงการ
.
ด้านที่จอดรถสามารถจอดรถได้ที่ชั้น 1 ถึงชั้น 4 (ห้องพักจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ถึงชั้น 32) จำนวนที่จอดรถ จอดรถได้ 47% ไม่รวมซ้อนคัน ซึ่งถือได้ว่าได้จัดให้ ที่จอดรถค่อนข้างเยอะ สำหรับโครงการคอนโด 1 พันหน่วยขึ้นไป ลิฟต์โดยสารตึกละ 4 ตัว ลิฟต์ขนของตึกละ 1 ตัว รวม 2 ตึก จำนวนลิฟต์ทั้งหมด 10 ตัว

รูปแบบห้อง


ด้วยการออกแบบตึกให้มีรูปทรงอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณส่วนยอดอาคารออกแบบเส้นสายให้โค้งมน (การออกแบบได้รับอิทธิพลมาจากภูเขา: ความเป็นองค์ประกอบของธรรมชาติ) ส่งผลให้รูปแบบและขนาดพื้นที่ภายในหน่วยขายมีหลากหลายรูปแบบ ไม่จำเจ แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถแบ่งรูปแบบห้องจากฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ ได้ 4 แบบ ดังนี้

  • สตูดิโอ ขนาดห้องประมาณ 26 ตารางเมตร แบบ A
  • 1 ห้องนอน ขนาดห้องประมาณ 36 ตารางเมตร แบบ B
  • 2 ห้องนอน ขนาดห้องประมาณ 54-56 ตารางเมตร แบบ C, D
  • ดูเพล็กซ์ (1 ห้องนอน) ขนาดห้องประมาณ 50 ตารางเมตร แบบ E

สตูดิโอ 26 ตารางเมตร


เป็นรูปแบบห้องที่ขายดีที่สุดของโครงการ การจัดวางพื้นที่ใช้สอยห้องสตูดิโอของโครงการนี้ ค่อนข้างแตกต่างจากโครงการทั่วไป เนื่องจากรูปแบบหน้ากว้างห้องที่กว้างถึง 5.2-6.2 เมตร ทำให้ การจัดวางพื้นที่สามารถเทควิวได้ทั้งจากพื้นที่เตียงนอน และพื้นที่ระเบียงได้ ซึ่งรูปแบบของห้องสตูดิโอปัจจุบันเน้นการออกแบบพื้นที่หน้ากว้างของห้องที่แคบ เน้นความยาว (ลึก) ของตัวห้องมากกว่า ทำให้สามารถเทควิวได้เพียงจุดเดียว
.
ซึ่งเมื่อเข้าห้องแบบนี้มาจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น เชื่อมต่อกับพื้นที่เตียงนอน โดยรูปแบบห้องสตูดิโอจะไม่มีการกั้นห้องไว้ให้ อย่างไรก็ตามผู้ซื้อสามารถกั้นห้องได้ในภายหลังโดยส่วนใหญ่นิยมกั้นห้องแบบบานกระจกทำให้ดูโปร่งไม่อึดอัด
.
พื้นที่ถัดมาจะเป็นมุมครัว (Pantry) ที่เป็นลักษณะครัวเปิด บริเวณครัวสามารถเชื่อมต่อพื้นที่ห้องน้ำและพื้นที่ระเบียงได้ สรุปได้ว่าการออกแบบห้องสตูดิโอของโครงการนี้ทำได้ดีมาก การกันพื้นที่ส่วนที่เป็นพื้นที่เตียงนอนและพื้นที่ครัว ทำให้ได้ความรู้สึกความเป็นสัดส่วนมากกว่ารูปแบบห้องสตูดิโอของโครงการทั่วไป รูปแบบห้องนี้เหมาะกับการอยู่ 1-2 คน

กดเพื่อชมห้องแบบ360°

1 ห้องนอน 36 ตารางเมตร


รูปแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยจะมีการกั้นห้องนอนทำให้การใช้งานเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ซึ่งรูปแบบห้อง 1 ห้องนอนขนาด 36 ตร.ม. ของโครงการนี้ จะไม่มีระเบียง (รูปแบบ 1 ห้องนอนขนาด 40 ตร.ม.ขึ้นไปจะเริ่มมีระเบียง) พื้นที่ส่วนที่เป็นระเบียงจะแทนที่ด้วยการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในตัวห้อง โดยความที่ รูปแบบห้องที่หน้ากว้างถึง 7.6 เมตร จะแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้ถึง 3 ส่วน ได้แก่ ห้องนอน, ห้องแต่งตัว และห้องนั่งเล่น ซึ่งในส่วนของพื้นที่ห้องนั่งเล่นจะกว้าง ถึงประมาณ 2 เมตรเลยทีเดียว
.
พิจารณาฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยห้องรูปแบบนี้ เมื่อเปิดประตูเข้าห้องเข้ามาจะพบกับพื้นที่ครัวแบบเปิด (Pantry) ถัดมาจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร จากการที่ห้องรูปแบบนี้ไม่มีระเบียง จึงมีการออกแบบช่องประตูเปิดจากห้องนั่งเล่น ซึ่งเปิดมาเป็นพื้นที่วางตู้แอร์หรือคอยล์ร้อนแบบหิ้วผนัง ทั้งนี้สามารถดัดแปลงพื้นที่ว่างใต้ตู้แอร์เป็นที่เก็บของได้อีกด้วย
.
ซึ่งพื้นที่ถัดมาจะเป็นพื้นที่ตู้เก็บเสื้อผ้า และห้องน้ำก่อนเข้าถึงตัวพื้นที่ห้องนอน ในส่วนพื้นที่ตู้เก็บเสื้อผ้าสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องอ่านหนังสือหรือห้องทำงานได้ แต่เหมาะกับคนที่มีรูปร่างไม่ใหญ่มากนัก ห้องน้ำออกแบบให้เป็น Sexy Bath พร้อมอ่างอาบน้ำ ทั้งนี้การออกแบบพื้นที่ห้องนอนไว้ส่วนในสุดของห้องทำให้สร้างความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยได้อย่างดี

กดเพื่อชมห้องแบบ360°

2 ห้องนอน 56 ตารางเมตร


แบบห้อง 2 ห้องนอน จะเป็นแบบห้องนอนใหญ่ทั้งคู่ซึ่งสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต (King Size) ได้ และมีห้องน้ำแยกในแต่ละห้อง (รวม 2 ห้องน้ำ) รูปแบบห้องนี้มีหน้ากว้างกว่า 10 เมตร สอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบของโครงการ ซึ่งหากพิจารณาพื้นที่เฉพาะระเบียง จะมีความยาวถึงประมาณ 3.6 เมตร ซึ่งห้องรูปแบบนี้สามารถเทควิวได้ทั้งห้องนอนทั้ง 2 ห้อง รวมไปถึงพื้นที่ระเบียงภายในห้อง
.
ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องก็จะเป็นพื้นที่ครัวเปิด (Pantry) คล้ายๆ กับรูปแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่จะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งติดกับพื้นที่ระเบียง โดยจะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณห้องนั่งเล่นจะกว้างกว่าห้องแบบ 1 ห้องนอน เกือบ 2 เท่า ห้องนอนทั้ง 2 ห้องแยกฝั่งซ้าย-ขวา โดยรูปแบบห้องนอนใหญ่ จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเนื่องจากประตูเข้าห้องน้ำอยู่ภายในตัวห้อง แตกต่างจากห้องนอนลำดับที่ 2 ที่มีประตูห้องน้ำเปิดได้ทั้งจากฝั่งบริเวณพื้นที่ครัว และภายในตัวห้องนอนลำดับที่ 2 เอง รวมไปถึงห้องนอนใหญ่จะมีอ่างอาบน้ำภายในตัว
.
ซึ่งห้องรูปแบบนี้ เหมาะแก่กลุ่มผู้พักอาศัย 2-3 คน หรือกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็ก รวมไปถึงกลุ่มที่ต้องการห้องเพิ่มเพื่อทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องอ่านหนังสือก็ได้

กดเพื่อชมห้องแบบ360°

ดูเพล็กซ์ (1 ห้องนอน) 50 ตารางเมตร


แบบดูเพล็กซ์ของทางโครงการ จะไม่ใช่แบบล็อฟ (Loft) ซึ่งจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ เหมาะแก่การอยู่อาศัยเนื่องจากมีการก่อสร้างโครงสร้างแข็งแรง (โครงสร้าง Precast) ทางเดินบันไดกว้าง (เป็นบันไดจริงๆ ไม่ใช่โครงสร้างเหล็ก) รวมไปถึงมีประตูเข้าออกได้ถึง 2 ชั้น (ชั้นล่างและชั้นบน) ในส่วนข้อเสียคือ การที่มีพื้นที่เพิ่มขึ้นมาทำให้ต้องการเสียค่าส่วนกลางเพิ่มขึ้น (หากเป็นรูปแบบล็อฟ จะเป็นโครงสร้างชั่วคราวไม่คิดเป็นพื้นที่คำนวณค่าส่วนกลาง) โดยทางโครงการได้แบ่งพื้นที่ชั้นล่างและชั้นบนไว้ขนาด 34 และ 16 ตารางเมตร ตามลำดับ พื้นที่ใช้สอยรวม 50 ตารางเมตรของทางโครงการ
.
รูปแบบดูเพล็กซ์ 50 ตารางเมตรของทางโครงการ เมื่อเปิดประตูเข้ามา (ชั้นล่าง) จะเป็นพื้นที่ครัวแบบเปิด (Pantry) ซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น รวมไปถึงระเบียง โดยห้องแบบดูเพล็กซ์นี้ จะเสียพื้นที่ระเบียงบางส่วนเพื่อนำไปวางตู้แอร์ ซึ่งการออกแบบพื้นที่แบบนี้เพื่อภาพลักษณ์ของโครงการ ความสวยงามจากภายนอก แต่ข้อเสียก็คือทำให้พื้นที่ใช้สอยหายไปส่วนหนึ่ง
.
ซึ่งจากชั้นล่างเมื่อขึ้นบันไดมาชั้นบนจะเป็นพื้นที่ส่วนห้องนอนเพียงอย่างเดียว โดยห้องน้ำของห้องรูปแบบนี้จะอยู่ชั้นล่างก่อนทางขึ้นบันได มีห้องน้ำเพียงห้องเดียว ความสูงของพื้นถึงเพดานสูงที่ประมาณ 5.6 เมตร เหมาะแก่คนรุ่นใหม่ที่ต้องการห้องเพดานโปร่ง การปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ รูปแบบมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องแบบสตูดิโอ แต่จะน้อยกว่าห้องรูปแบบ 1 และ 2 ห้องนอน

กดเพื่อชมห้องแบบ360°


จุดเด่นของโครงการ

1.คุณภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ


สอดคล้องจากแนวคิดโครงการ “Spanning All Dimensions of Living” ซึ่งคำว่า “Span” หากตีความในพจนานุกรมจะหมายถึง ความกว้าง หรือช่วงห่าง ซึ่งในที่นี้จะหมายถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดที่กว้าง และค่อนข้างโอ่โถง น่าใช้งาน อาทิ

สระว่ายน้ำแบบฟรีฟอร์มที่มีความยาวถึง 60 เมตร (ความยาวมากกว่าสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานที่มีความยาว 50 เมตร) ซึ่งปัจจุบันจะพบว่าน้อยโครงการนักที่มีสระว่ายน้ำที่มีความยาวขนาดนี้

รวมไปถึงล็อบบี้ชั้น 1 ที่ออกแบบมาให้มีความกว้างถึง 45 เมตร การออกแบบผนังด้านนอกใช้กระจกสามารถรับแสง และชมทิวทัศน์ด้านนอกได้แบบเต็มๆ

ความกว้างของสระว่ายน้ำ (60 เมตร) และล็อบบี้ (45 เมตร) เมื่อเทียบกับตัวอาคาร

ออกแบบการเดินจากชั้นล่าง (Ground floor) ไปชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นสิ่งอำนวยความสะดวกหลักได้ (การเข้าพื้นที่ส่วนกลางจำเป็นต้องต้องใช้คีย์การ์ด) การออกแบบทางเดินให้ความรู้สึกคล้ายการเดินเล่นในป่า

เส้นทางจำลองการเดินจากชั้น 1 ถึงชั้น 5

การออกแบบทางเดินให้ความรู้สึกคล้ายการเดินเล่นในป่า

การออกแบบเส้นทางเดินรถของ Visitor และผู้อยู่อาศัยของโครงการก็แยกเส้นทางออกมา ตอบโจทย์การใช้งานจริง

สิ่งเหล่านี้แสดงถึงความใส่ใจในคุณภาพและงานออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้พัฒนาได้อย่างดี


2. ห้อง Lay Out หน้ากว้าง


Lay Out ห้องของโครงการมีความโดดเด่น จากความกว้างสูงสุดกว่า 10 เมตร (แบบ 2 ห้องนอน) ทำให้การออกแบบฟังก์ชั่นการใช้สอยมีความเป็นสัดส่วนมายิ่งขึ้น รวมไปถึงได้มุมมอง Take View ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

สตูดิโอ ออกแบบมุมองได้ถึง 2 ส่วน (ห้องนอน และระเบียงค่อนข้างแตกต่างจากห้องสตูดิโอโครงการทั่วไป

1 ห้องนอน ออกแบบมุมองได้ถึง 2 ส่วน ห้องนอน และห้องนั่งเล่น โดยมีพื้นที่แต่งตัวกั้นกลาง

2 ห้องนอน ออกแบบมุมองได้ถึง 3 ส่วน (ห้องนอน
1, 2 และระเบียง-ห้องนั่งเล่น)ซึ่งระเบียงยาวประมาณ 3.6 เมตรเลยทีเดียว


3. การออกแบบตัวอาคาร


จากโครงการของบริษัทฯ จากอดีตถึงปัจจุบัน จะพบว่าการออกแบบอาคารมีความโดดเด่น นำสมัย และมีการก่อสร้างแล้วเสร็จตามการออกแบบแน่นอน


Ideo Q ชิดลม

Ideo Q จุฬา-สามย่าน

Ideo Mobi อโศก

ซึ่งถ้าต้องการชมคุณภาพการก่อสร้างของโครงการ ก็สามารถดูได้จากตึกข้างๆ สำนักงานขายได้

โครงการไอดีโอโมบิ สุขุมวิท-อีสท์เกต (ผู้พัฒนารายเดียวกัน) ที่ก่อสร้างเสร็จแล้วด้านข้าง

ภาพ 3D โครงการไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์

นอกจากการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด หากพิจารณารูปทรงตึก จะเป็นลักษณะตัวอักษร Y ทั้ง 2 ตึก การออกแบบนี้ทำให้เกิดการหมุนเวียนของ ของลมจากทิศใต้ไปทิศเหนือได้อย่างสะดวก

ภาพจากรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

นอกจากนั้นยังมีจุดเด่นอื่นๆ เช่น แบบห้องค่อนข้างมีความแตกต่าง (Unique room type) จากรูปแบบตึกออกแบบเส้นสายให้โค้งมน

การออกแบบตึกที่โค้งมน ทำให้รูปแบบห้องไม่ซ้ำจำเจ


4. จุดเชื่อมต่อในอนาคต


จุดสำคัญที่สุดในการพิจารณาซื้อคอนโด คือ ทำเล ซึ่ง ทำเลไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์นี้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในทำเลรอบนอกเมือง (ย่านบางนา) แต่หากต้องการอยู่อาศัยที่หลีกหนีจากความวุ่นวายในตัวเมือง และหากเวลาเดินทางเข้าใจกลางเมืองก็เดินทางได้อย่างไม่ลำบาก โครงการนี้ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม จากการใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนพิเศษฉลองรัช รวมไปถึงใกล้รถไฟฟ้าสถานีบางนาเพียง 250 เมตร รวมถึงในอนาคตการพัฒนารถ ไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) และรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา สายบางนา-สุวรรณภูมิ


จากจุดเด่นที่ได้กล่าวมา กับราคาขายของโครงการเฉลี่ยประมาณ 129,xxx บาทต่อตารางเมตร (3/3/2562) แบบ Fully Fitted พร้อมแอร์ โครงการมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนธันวาคม 2563 ซึ่งหากใครชอบฟังก์ชั่นตามแนวคิด Span หรือเพิ่มพื้นที่ใช้สอยของโครงการก็สามารถติดต่อโครงการได้ทุกวัน
.
หากท่านชื่นชอบรีวิวนี้ของทีมงาน Tooktee.com สามารถกดแชร์ที่ปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ