8 วิธีการใช้แอร์ให้ประหยัด พร้อมรับซัมเมอร์นี้ !!

          บรรยากาศเมืองไทยอะไรยังไงก็ได้ ?? เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝน เช้าสายบ่ายเย็นก็แทบเอาใจไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่ถ้าพูดถึงอากาศเมืองไทยแล้วทุกคนนึกถึงอากาศไหนกันค่ะ Tooktee นี้นึกถึงแต่อากาศร้อนๆ ยิ่งเจอแสงแดดเมืองไทยเข้าไปนะคะอย่าพูดถึงเลยยิ่งกว่าไปอาบแดดแถบทะเลทรายกันเลยทีเดียว ถ้าให้เลือกขออยู่บ้านตากแอร์ในห้องเย็นๆ สบายใจดีกว่า แต่เอ๊ะ!! แล้วค่าไฟเดือนนี้ใครจะจ่ายล่ะ สบายใจแต่ไม่สบายกระเป๋าเอาซะเลย

.

          โดยฤดูร้อนของประเทศไทย ส่วนใหญ่เดือนที่อบอ้าวที่สุดคือเดือนเมษายน โดยเฉพาะประเทศไทยตอนบน ซึ่งมักจะมีอุณหภูมิและมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด เนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์แผ่รังสี ตั้งฉากกับพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้มีพายุฤดูร้อนบ่อยครั้งในช่วงเดือนเมษายน ( ที่มา : ศูนย์ภูมิอากาศ กองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา )



          Tooktee จึงได้ไปหาวิธีเคล็ดลับมาบอกกัน วิธีใช้เครื่องปรับอากาศยังไงให้ประหยัดค่าไฟ ทั้งสบายใจและยังสบายกระเป๋าอีกด้วยดีจริงๆ เลย  

8 วิธีการใช้แอร์ให้ประหยัด

ประหยัดไฟเบอร์ 5


จากสถิติการใช้ไฟฟ้าหลายๆ ปี ช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนสุดๆ ของประเทศไทยกันเลยก็ว่าได้ ทำให้เห็นว่าเกือบทุกบ้านเกือบทุกหลังต้องหาวิธีที่จะช่วยให้บ้านของตัวเองนั้นมีความเย็น โดยวิธีหนึ่งคือการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แต่การเลือกแอร์ที่ประหยัดไฟ จึงเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อหรือติดตั้งในครั้งแรก ซึ่งเราจะเห็นว่าแอร์ส่วนใหญ่จะเป็นฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความประหยัดไฟฟ้าสูงที่สุดที่ออกโดยกระทรวงพลังงาน และจะมีตรากระทรวงประทับอยู่บนฉลากเสมอ  

.

2. ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม

บริเวณที่ตั้งตำแหน่งที่เหมาะสมคือตำแหน่งที่สามารถกระจายลมได้ทั่วถึงทั้งห้อง และไม่มีสิ่งกีดขวาง โดยหลีกเลี่ยงติดตั้งเครื่องเป่าลมเย็น Fan Coil Unit (FCU) ในตำแหน่งมุมอับและใกล้ประตู หน้าต่าง เพราะอาจจะทำให้อากาศเย็นภายในถูกความร้อนภายนอกไหลเข้ามาแทนที่ได้ง่าย และข้อควรระวังอีกอย่างคือ ห้ามชิดติดผนังที่รับแดดจัด เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนัก ทำให้กินไฟมากขึ้น

.

3. เลือกขนาดที่พอดีกับพื้นที่ภายในห้อง

สำหรับค่า BTU(British Thermal Unit) คือหน่วยวัดปริมาณความร้อน โดยในเครื่องปรับอากาศจะใช้หน่วยวัดพลังเป็น BTU/hr. (บีทียูต่อชั่วโมง) หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่า BTU เทานั้น เครื่องปรับอากาศแต่ละรุ่นจะมีค่า BTU ต่างกันเริ่มตั้งแต่ 9,000-80,000 BTU ซึ่งถือเป็นค่าสูงสุด การเลือกขนาด BTU ตามความเหมาะสม ควรเลือกตามขนาดของห้อง


















4ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม

อุณหภูมิที่เหมาะต่อการอยู่อาศัยนั้น จะอยู่ที่ 25-26 องศา แต่หากอยากประหยัดกำลังในการทำงานของปรับอากาศ โดยการเลือกเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 28-30 องศา แล้วเลือกเปิดพัดลมเพื่อเพิ่มความเร็วลมในห้อง เราก็ยังรู้สึกเย็นสบายและยังช่วยประหยัดพลังงานได้มากอีกด้วย

.

5. งดกิจกรรมทำความร้อน

กิจกรรมทำความร้อน อย่าง เช่น การประกอบอาหารที่ การสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศ โดยวิธีที่แนะนำจะต้องเปิดพัดลมระบายอากาศเพื่อระบายควันและกลิ่นออกจากห้อง  การถ่ายอากาศส่วนหนึ่งออกจากห้องและปล่อยให้อากาศภายนอกเข้ามาทดแทนอาจจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักมากยิ่งขึ้น

.

6. ผ้าม่านกันความร้อน

ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของผ้าม่านคือสามารถกันความร้อนอีกชั้นไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน และยังช่วยทำหน้าที่กันความร้อนเข้ามาสู่ภายในห้องโดยตรงและยังเป็นของตกแต่งห้องที่ช่วยสร้างความงามให้กับห้องอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีแบบผ้าม่านหลายแบบที่จำหน่ายโดยเน้นการป้องกันความร้อน ป้องกันแสงยูวี เน้นความสวยงามและคงทนอีกด้วย

                                                               

.

7. ต้นไม้ช่วยลดอุณหภูมิโลก

ธรรมชาติสร้างโลกให้น่าอยู่ อาจจะเป็นคำที่เป็นความจริงก็ว่าได้เพราะสังเกตได้จากบ้านไหนที่บริเวณบ้านมีธรรมชาติล้อมรอบก็ทำให้บริเวณบ้านและตัวบ้านมีความร่มรื่นน่าอยู่มากยิ่งขึ้น และยังช่วยทำหน้าที่สร้างความร่มรื่นและสร้างอากาศบริสุทธิ์ และยังช่วยบังความร้อนจากแสงแดดอีกด้วย

.

8. เสื้อผ้าคลายร้อน

วิธีสุดท้ายที่จะช่วยให้เราประหยัดการใช้เครื่องปรับอากาศได้คือ การใส่เสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเราคือไม่หนาจนเกินไป จะทำให้เราไม่รู้สึกร้อนมากเพราะอุณหภูมิร่างกายเราจะปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมรอบตัวของเราเอง

เป็นไงบ้างค่ะ ทริคดีๆที่ช่วยให้เราสามารถประหยัดการใช้แอร์ สบายใจแถมยังสบายกระเป๋าอีกด้วย


Tags : ประหยัดแอร์, วิธีเลือกแอร์, ซัมเมอร์, หน้าร้อน, อากาศร้อน, เครื่องปรับอากาศ, คลายร้อน

เว็บไซต์อ้างอิง : https://home.kapook.com/view59556.html
วันที่ : 5 เม.ย. 2562
บทความที่เกี่ยวข้อง