รีวิวโครงการใหม่

UNIO

Sukhumvit 72 Phase 2

ยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 2

(3/3/2562)


คอนเซ็ปต์: รูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่หยุด คอนโดในสไตล์ Beach Club

โดย บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด

(ภายในเครือบมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์)

ยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 2 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 72 ย่านบางนา สามารถเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง ประมาณ 600 เมตร และใกล้ทางพิเศษบูรพาวิถี ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษกาญจนาภิเษก

ทำเลที่ตั้ง ผังโครงการ แบบห้อง จุดเด่น

รายละเอียดโครงการ

เจ้าของโครงการ บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด
เนื้อที่โครงการ 10-0-33.9 ไร่
รูปแบบอาคาร 8 ชั้น จำนวน 5 อาคาร
จำนวนหน่วย รวม 995 หน่วย (แบ่งเป็นห้องชุดพักอาศัย 992 หน่วย และเพื่อการค้า 3 หน่วย)
สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ
ฟิตเนส
ห้องซักรีด
ห้องนั่งเล่นและพื้นที่พักผ่อนดาดฟ้า
พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง
สวนหย่อม
ที่จอดรถ 303 คัน (ประมาณ 33% ไม่รวมซ้อนคัน)
พิกัด 13.664922, 100.603742
เบอร์โทรศัพท์ 02-063-7272
เว็บไซต์ ยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 2

ทำเลที่ตั้ง

อยู่ในซอยสุขุมวิท 72 (สุขุมวิทฝั่งเลขคู่) ซึ่งเป็นซอยตัน แต่ในอนาคตโครงการแล้วเสร็จทั้ง 2 เฟส ลูกบ้านโครงการสามารถเดินทางเชื่อมต่อซอยสุขุมวิท 70 ผ่านทางที่ดินในโครงการได้

การเดินทางเข้าออกสามารถเดินทางทั้งทางซอยสุขุมวิท 72 และซอยสุขุมวิท 70 ได้ (เปิดให้บริการเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ)

จุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ



ที่ตั้งโครงการห่างจากปากซอยสุขุมวิทประมาณ 350 เมตร สามารถเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS สถานีแบริ่งได้ การเดินทางโดยเท้าใช้ระยะเวลาประมาณ 7-8 นาที (ประมาณ 600 เมตร)
.
ในส่วนโครงข่ายรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและอยู่ในแผนก็เป็นที่น่าจับตามอง ซึ่งโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างคือ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ก็จะมีจุดเชื่อมต่อกับสถานี BTS สำโรง ซึ่งจากสถานีแบริ่ง เพียง 1 สถานี โดยรถไฟฟ้าสายสีเหลืองคาดการณ์ว่าจะมีการก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2564

และโครงการที่อยู่ในแผนคือ รถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา สายบางนา-สุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ระหว่างการทำ EIA จะมีจุดเริ่มต้นที่สถานี “สถานีบางนา” (คนละสถานีกับ BTS บางนา) คาดการณ์ว่าสถานีจะอยู่ใกล้สี่แยกบางนาซึ่งมีสกายวอล์กเดินเชื่อมกับรถไฟฟ้า BTS ฝั่งอาคารไบเทคได้ มีระยะทางประมาณ 550 เมตร โดยภาพรวมจะทำให้ในอนาคตการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าในพื้นที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่ขับรถเอง จะพบว่าทำเลที่ตั้งโครงการใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนทางพิเศษสาย S1 หรือ ทางด่วนฉลองรัชได้ หรือสามารถเชื่อมต่อสู่ทางด่วนขั้นที่ 2 เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางสู่ใจกลางเมือง รวมไปถึงเชื่อมต่อทางด่วนบูรพาวิถี เพื่อออกสู่ภาคตะวันออกได้อย่างสะดวก


สถานที่สำคัญโดยรอบ

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบโครงการ จะพบว่าย่านช่วงบริเวณแบริ่ง จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครัน ทั้งโรงเรียน ศูนย์การค้า รวมไปถึงโรงพยาบาลในพื้นที่ โดยหากพิจารณาในรัศมี 2 กิโลเมตรรอบโครงการ ศูนย์การค้าที่อยู่ไม่ห่างไกลจากโครงการมากนัก คือ ห้างสรรพสินค้าอิมพิเรียลสำโรง ที่เป็นศูนย์การค้าดั้งเดิมในพื้นที่ และ The Cost Village ที่เป็นคอมมูนิตี้มอลล์แบบ Open air รวมไปถึงอภิมหาโปรเจคอย่าง The Bangkok Mall บนพื้นที่ดินกว่า 100 ไร่ ที่เริ่มมีการก่อสร้างในปีนี้ (2562) และมีแผนจะเปิดตัวในปี 2566
.
ด้านสถานศึกษาที่อยู่ในละแวก คือ โรงเรียนนานาชาติ St. Andrews ระยะการเดินเท้าเพียง 500 เมตร ซึ่งถึงแม้ว่าโรงเรียนในพื้นที่ จะนิยมพัฒนาบริเวณฝั่งบางนา รวมไปถึงสุขุมวิท (ฝั่งเลขคี่) แต่อย่างไรก็ตามก็ถือได้ว่าอยู่ในทำเลเดียวกัน ไม่ยากลำบากในการเดินทางมากนัก
.
นอกจากแหล่งช๊อปปิ้งและสถานศึกษา ยังมีศูนย์นิทรรศการและการประชุมในพื้นที่นี้ คือ ไบเทค บางนา ในระยะทางเดินจากโครงการประมาณ 1.7 กิโลเมตร รวมไปถึงสถานพยาบาลต่างๆ โดยรอบ สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ทั้งหมดนี้ ทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยได้อย่างดี

สิ่งอำนวยความสะดวก

ด้วยเนื้อที่ส่วนกลางกว่า 1 ไร่ภายในโครงการคอนโดแบบ Low rise 8 ชั้น จำนวน 5 อาคาร เฉลี่ยหน่วยขายประมาณ 200 หน่วยต่ออาคาร ช่วยรองรับการพักผ่อนของผู้พักอาศัยในโครงการได้อย่างดี โดยพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 2 นี้ จะอยู่พื้นที่บริเวณตรงกลาง ชั้น 1 ทั้งหมด ซึ่งล้อมรอบด้วยกลุ่มอาคารพักอาศัยภายในโครงการ (บริเวณอาคาร C, D, E)
.
สิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม รวมไปถึงพื้นที่คลับเฮ้าส์ที่มีการออกแบบชั้น 2 เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ (The Cliff top) พื้นที่ให้ลูกบ้านได้รับการพักผ่อนตามอัธยาศัย ด้วย การออกแบบสไตล์รีสอร์ทริมทะเล เน้นโทนสีขาว ผ่อนคลาย รวมไปถึงพื้นที่บริเวณอาคาร A ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่ลำดับแรกเมื่อเข้ามาในโครงการจะมี พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้งอยู่ด้วย
.
ด้านที่จอดรถสามารถจอดรถได้ที่ชั้น 1 บริเวณโดยรอบโครงการ และใต้อาคาร ซึ่งที่จอดรถ 303 คัน คิดเป็นประมาณ 33% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ลิฟต์โดยสารอาคารละ 2 ตัว รวม 5 อาคาร จำนวนลิฟต์ทั้งหมด 10 ตัว
.
นอกจากนั้นทางโครงการยังมี Shutter bus ให้บริการถึงรถไฟฟ้าสถานีบางนา ซึ่งสามารถเดินเท้าได้ใช้ระยะทาง 600 เมตร หรือใช้เวลาประมาณ 7-8 นาที โดยหากเป็นการเดินไปปากซอยสุขุมวิท จะใช้ระยะทางประมาณ 350 เมตร

รูปแบบห้อง


รูปแบบห้องของโครงการมีรูปแบบทั้งหมด 9 แบบ แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ คือ สตูดิโอ, 1 ห้องนอน, 1 ห้องนอน พลัส และแบบดูเพล็กซ์ (1 ห้องนอน) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • สตูดิโอ ขนาดห้อง 22-36 ตารางเมตร แบบ A 360° ,B 360° , BG
  • 1 ห้องนอน ขนาดห้อง 31.5 ตารางเมตร แบบ C
  • 1 ห้องนอน พลัส ขนาดห้อง 40.5-50 ตารางเมตร แบบ D, DG
  • ดูเพล็กซ์ (1 ห้องนอน) ขนาดห้อง 69 ตารางเมตร แบบ E

สตูดิโอ


แบบห้องขายดีของทางโครงการมีขนาดห้องตั้งแต่ 22 ตารางเมตร ถึงห้องขนาด 36 ตารางเมตร ฟังก์ชั่นห้องในแต่ละแบบสตูดิโอค่อนข้างใกล้เคียงกันแตกต่างกันตรงห้องแบบ B (ขนาด 27 ตารางเมตร) จะเพิ่มพื้นที่นั่งเล่น หรืออาจปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่โต๊ะทำงาน ที่จัดวางโต๊ะให้ติดกระจกได้ (ชมวิว-รับแสง ขณะนั่งทำงาน)
.
และห้องแบบ BG (ขนาด 36 ตารางเมตร) เพิ่มพื้นที่ชานนอกห้อง เนื่องจากห้องแบบ BG อยู่ชั้น 1 ทำให้การเชื่อมต่อภายนอกสู่ภายในห้องได้ 2 ทาง คือผ่านทางเดินส่วนกลางในอาคาร และออกนอกอาคารจากพื้นที่ชานนอกห้องได้ รูปแบบฟังก์ชั่นสามารถปรับเป็นที่นั่งด้านนอกอาคารได้ (คล้ายระเบียง)

ฟังก์ชั่นห้องแบบสตูดิโอเมื่อเปิดประตูมาจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่เตียงนอนที่ติดฝั่งหน้าต่างทำให้สามารถชมทิวทัศน์ภายนอกได้ ถัดมาจะเป็นห้องน้ำ และครัวปิด (Pantry) ซึ่งพื้นที่เชื่อมต่อกับครัวปิดจะเป็นระเบียง ซึ่งหากเป็นห้องรูปแบบ BG จะเป็นชานหน้าห้องแทน
.
ห้องรูปแบบนี้เหมาะกับการอยู่ 1 -2 คน แบบที่ต้องการเนื้อที่ใช้สอยมากกว่าการกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน รูปแบบห้องค่อนข้างโปร่ง เนื่องจากไม่มีการกั้นห้อง

กดเพื่อชมห้องแบบ360°
กดเพื่อชมห้องแบบ360°

1 ห้องนอน


แบบห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ Type C ของทางโครงการ ออกแบบมารองรับกับผู้ที่ชอบการออกแบบพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วนมากกว่าห้องแบบสตูดิโอ ห้องรูปแบบนี้จะ เป็นห้องมุมที่มีเพียงห้องเดียวต่อ 1 ชั้น หรือเทียบได้ว่าทั้งอาคารจะมีห้องรูปแบบนี้เพียง 7 ห้องเท่านั้น
.
ฟังก์ชั่นห้องรูปแบบนี้เมื่อเปิดประตูมาในห้อง จะเป็นมุมครัวเปิดและห้องนั่งเล่น ซึ่งถัดจากพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นระเบียงชมทิวทัศน์ภายนอกอาคาร โดยหากเดินมาทางมุมครัวจะเป็นห้องน้ำที่เข้าได้ทางเดียว (ไม่สามารถเข้าจากภายในห้องนอนได้) ถัดมาจะเป็นส่วนของห้องนอนที่มีหน้าต่างได้จากทั้ง 2 ฝั่งผนังห้อง เนื่องจากห้องรูปแบบนี้เป็นห้องมุมอาคาร
.
ห้องแบบ 1 ห้องนอนของโครงการ การจัดวางสร้างความเป็นส่วนตัวในกรณีที่มีแขกหรือเพื่อนมาที่ห้อง ก็ไม่ต้องไปรบกวนส่วนของห้องนอนได้เลย


1 ห้องนอน พลัส


ขนาดห้อง 40.5-50 ตารางเมตร แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ (พสัส) ซึ่งสามารถทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็กได้ และมี 1 ห้องน้ำ โดยภาพรวมจะพบว่ามี Layout รูปแบบเดียว แตกต่างกันที่ตรง ห้องแบบ DG ขนาด 50 ตารางเมตร จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ระเบียงเป็นพื้นที่ชานหน้าห้อง จัดทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นได้ จากการที่ห้องแบบ DG จะอยู่ชั้น 1 สามารถเข้าทางฝั่งชานหน้าห้องหรือทางประตูของห้องรูปแบบ D แบบปกติทั่วไปได้
.
เมื่อมาดูฟังก์ชั่นภายในห้อง เมื่อเข้าประตูจะเป็นห้องน้ำก่อน ถัดมาจะเป็นครัวเปิด (Pantry) ที่เชื่อมต่อกับระเบียง (หากเป็นห้องแบบ DG จะเป็นชานหน้าห้องแทน) และห้องนั่งเล่น ในส่วนห้องนอน และห้องอเนกประสงค์ (พลัส) จะจัดวางให้อยู่ฝั่งเดียวกัน แยกประตูเข้าในแต่ละห้อง โดยห้องแบบ 1 ห้องนอน และห้องอเนกประสงค์ (พลัส) นี้ จะเป็นห้องที่มีหน้าต่างทั้งคู่ (โดยห้อง 1 ห้องนอน จะมีจำนวนหน้าต่างที่มากกว่า) ทั้งนี้เนื่องจากห้องรูปแบบนี้เป็นห้องมุมอาคาร ทำให้สามารถรับวิวทิวทัศน์ภายนอกอาคารได้ทั้ง 2 ฝั่งได้


ดูเพล็กซ์ (1 ห้องนอน)


ห้องแบบนี้อยู่ที่ตึก C และ ตึก E โดยในตึก C จะเป็นห้องดูเพล็กซ์รูปแบบ Garden Access และตึก E จะเป็นห้องแบบ Pool Access แบบห้องรูปแบบนี้จะมีอยู่ที่เฉพาะอาคาร C และ อาคาร E โดยในอาคาร C จะเป็นห้องดูเพล็กซ์รูปแบบ Garden Access และอาคาร E จะเป็นห้องแบบ Pool Access แบบห้องดูเพล็กซ์ของทางโครงการจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานรูปแบบเดียว คือ แบบ 1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยแบบเต็มชั้น ไม่มีพื้นที่เปิด (void) หรือรูปแบบที่ทำช่องเปิดจากชั้นล่างไปชั้นบน แบบ double volume เพดานสูง
.
แยกพื้นล่างและชั้นบนอย่างชัดเจน โดย Layout ทั้งห้องแบบ Garden Access และ Pool Access จะเป็นรูปแบบเดียวกัน แตกต่างกันตรงการเดินทางเข้า-ออกห้องทางฝั่งสวนหรือสระว่ายน้ำเท่านั้น ซึ่งหากเข้าประตูรั้วมาทางชั้นล่าง ก่อนเข้าห้องจะเป็นพื้นที่นั่งพัก รวมไปถึงตู้เก็บของนอกห้อง เมื่อเปิดประตูห้องชั้นล่างมาจะพบกับห้องนั่งเล่นก่อน ถัดมาจะเป็นห้องน้ำ และมุมครัวเปิด (Pantry) ส่วนการขึ้นชั้นบนจะใช้การเดินขึ้นบันได ซึ่งออกแบบมาให้ไม่ต้องไปรบกวนกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งเมื่อก่อนเข้าห้องนอนชั้นบน ก็จะมีประตูกั้นอีกขั้นหนึ่ง สร้างความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวได้อย่างดี เมื่อขึ้นมาอยู่ชั้นบนก็จะเจอห้องน้ำ ถัดมาเป็นห้องนอน และระเบียงตามลำดับ

จุดเด่นห้องแบบดูเพล็กซ์นี้สามารถเข้า-ออกจากทางเดินส่วนกลางในอาคารได้ทั้งชั้นล่างและชั้นบน ซึ่งห้องรูปแบบนี้ไม่มีห้องตัวอย่าง แต่สามารถดูห้องจริงได้ในโครงการเฟส 1 ได้


จากการอธิบายรูปแบบ และฟังก์ชั่นของห้องทั้ง 4 ประเภท หากใครยังมอง Layout ในแต่ละแบบห้องของโครงการยูนิโอ สุขุมวิท 72 ยังไม่เข้าใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Unio AR เพื่อใช้เครื่องมือ Augmented reality (AR) หรือสภาพแวดล้อมเสมือนจริงผ่านทางมือถือได้ ซึ่งรองรับทั้งระบบ IOS และ Android ได้

ตัวอย่าง app จาก Google Play (Android)

เมื่อดาวน์โหลดเสร็จสิ้น จะมีข้อมูลโครงการยูนิโอ สุขุมวิท 72 ขึ้นมา ซึ่งในขณะนี้มีแค่เฉพาะโครงการนี้เท่านั้น (เข้าใจได้ว่าทางบริษัทฯ อาจจะมีการนำไปพัฒนาต่อยอดใช้ในโครงการต่อไปในอนาคตได้)

เข้าสู่หน้าแรกจะให้มีการกำหนดเลือกตัวละคร

ระบบ AR จะทำงานเมื่อนำมาใช้กับโบรชัวร์ของทางโครงการ

สามารถหมุน ขยาย หรือดูรายเอียดได้ตามต้องการ ซึ่งแสดงผลผ่านทางจอมือถือ

เยี่ยมชมโครงการ เฟส 1


ซึ่งหากท่านใด สงสัยว่าโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะตรงตามแบบจำลอง หรือภาพ 3d หรือไม่ ทางทีมงาน Tooktee จะไขข้อสงสัยดังกล่าว โดยการไปชมโครงการเฟส 1 ที่มีการก่อสร้างเสร็จและมีลูกบ้านเข้าอยู่แล้ว

ในส่วนของการออกแบบสไตล์รีสอร์ทโครงการยูนิโอ สุขุมวิท ทั้ง เฟส 1 และ เฟส 2 ทาง บริษัทผู้พัฒนาได้ทำการออกแบบมาในรูปแบบเดียวกันทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่าหากโครงการเฟส 2 ก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็จะเป็นรูปแบบนี้แน่นอน

พื้นที่คลับเฮ้าส์ส่วนกลางของเฟสที่ 1 ก็มีการออกแบบเป็น 2 ชั้นโดยชั้นล่างจะเป็นห้องออกกำลังหาย และพื้นที่ชั้นบนดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ คล้ายๆ กับการออกแบบของเฟส 2

รวมไปถึงอุปกรณ์ Automated External Defibrillator (AED) หรือเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ เพื่อช่วยเหลือผู้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นอย่างเฉียบพลัน ที่อยู่ภายในห้องออกกำลังกาย ที่มีอยู่ในเฟส 1 ก็จะพบเครื่องมือนี้อยู่ในเฟส 2 เช่นเดียวกัน

โดยทางออกด้านหลังของเฟส 1 ที่จะไปเชื่อมต่อกับทางออกของเฟส 2 เพื่อเดินทางสู่ซอยสุขุมวิท 70 ได้


จุดเด่นของโครงการ

1. คอนโดสไตล์รีสอร์ท


มีการออกแบบให้เหมาะสมแก่การพักผ่อนของลูกบ้าน รวมไปถึงการมีพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างใหญ่กว่า 1 ไร่ สิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางมีทั้ง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องนั่งเล่น พื้นที่พักผ่อนดาดฟ้า และพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง รวมไปถึงสวนหย่อมรอบๆ อาคาร

ถึงแม้ว่าโครงการเฟส 2 จะมีพื้นที่ส่วนกลางน้อยกว่าเฟส 1 แต่ก็ยังนับได้ว่า (พื้นที่ส่วนกลางที่ไม่รวมถนนและที่จอดรถ) ขนาดพื้นที่ส่วนกลางก็ให้มากกว่าโครงการโดยทั่วไป

2. แถมเฟอร์นิเจอร์แบบ Flexible


สำหรับผู้ที่ซื้อโครงการยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 1 ไม่ทัน ก็อย่าได้เสียใจไป เพราะเฟส 2 นั้น ทางโครงการได้แถมเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมให้ อีกทั้งเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ Flexible หรือปรับเปลี่ยนเพื่อลดพื้นที่ใช้สอย เพิ่มความสะดวกสบายได้ ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการแถมให้ อาทิ


โซฟายืด-เก็บ ที่วางขาได้ (สำหรับห้องนอน 22 ตร.ม.)

โซฟายืด-เก็บ ที่วางขาได้ 2 ฝั่ง (สำหรับห้องนอน 27 ตร.ม.)

ตู้เก็บของบนซิงค์ล้างจานมีชั้นวางของเลื่อนขึ้น-ลงได้

จะเห็นได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ หรือบิวท์อินที่แถมมาให้มีประโยชน์ต่อการใช้งาน ประหยัดพื้นที่ รวมไปถึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการตกแต่งห้อง หรือเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้ได้ขนาดเหมาะสมต่อการใช้งานได้อย่างดี

3. ราคาน่าคบหา

จากที่ได้กล่าวมา จุดเด่นที่สุดน่าจะอยู่ที่ราคาที่จับต้องได้ หากเปรียบเทียบกับโครงการคู่แข่งที่อยู่ด้านหน้าติดถนนสุขุมวิท (ระยะทางห่างกันประมาณ 250 เมตร) คือ โครงการนิชโมโน สุขุมวิท-แบริ่ง ที่ราคา 1 ห้องนอน 28 ตารางเมตร ราคาประมาณ 2.7 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณตร.ม. ละ 96,xxx บาท (ราคาเดือนมีนาคม 2562) รูปแบบคอนโด High rise 34 ชั้น

กับโครงการยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 2 นี้ ที่เฉลี่ยราคาขายที่ประมาณ 70,xxx บาทต่อตารางเมตร (ราคาเดือนมีนาคม 2562) ราคาที่ถูกกว่า สาเหตุหลักมาจากทำเลที่ต้องเข้าซอยเพิ่มอีกประมาณ 350 เมตร แต่ก็ยังถือได้ว่าเป็นระยะทางที่เดินสบาย ประมาณ 4-5 นาที
.
ซึ่งหากใครต้องการคอนโดราคาที่เหมาะสม รวมไปถึงการซื้อทำเลในอนาคต จากแผนการพัฒนา รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) และรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา สายบางนา-สุวรรณภูมิ (อยู่ระหว่างการทำ EIA) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นแล้วนั้น ราคาที่ได้กล่าวมาก็ไม่ได้สูงเกินไปจริงๆ


จากจุดเด่นที่ได้กล่าวมา กับราคาขายของโครงการที่โดนใจ และรูปแบบห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ โครงการมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม 2563 นี้ ซึ่งหากใครชอบคอนโดสไตล์รีสอร์ทก็สามารถติดต่อโครงการได้ทุกวัน สำนักขายขายอยู่ปากซอยสุขุมวิท 72 (ก่อนเข้าซอย) เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00-18.00 น.